Bitcoin (BTC) คืออะไร
- Native Blockchain:
- บิทคอยน์ทำงานอยู่บนบล็อคเชนของตัวเอง ซึ่งเป็นระบบที่ไร้ศูนย์กลาง มีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ โดยการใช้งานข้อมูลของบิทคอนย์จะถูกดำเนินการโดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่เรียกว่า Node(s) ซึ่งจะคอยตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกการทำธุรกรรมของบิทคอยน์
- Consensus Protocol:
- ระบบฉันทามาติที่ BTC ใช้งานคือระบบ Proof of Work (PoW) ซึ่งต้องการให้ผู้มีส่วนร่วม ใช้คอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์ระบบประมวลผลใด ๆ ในการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ เพื่อสร้าง Block ใหม่ ขึ้นมา และได้รับผลตอบแทนเป็น Bitcoin ซึ่งกระบวนการนี้ ถูกเรียกกันติดปากว่า Mining หรือการขุดเหรียญนั่นเอง และระบบฉันทามติแบบ PoW นี้ ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นระบบที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงในด้านความปลอดภัย
- Trilemma (Security, Speed, Scalability):
- Security: จุดแข็งของบิทคอยน์อย่างหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับกันก็คือเรื่องของความปลอดภัยที่สูง จากระบบฉันทามาติแบบ Proof of Work และการกระจายศูนย์รวมที่มีประสิทธิภาพ
- Speed: โดยเฉลี่ยแล้วจะมี Block ใหม่เกิดขึ้นทุก ๆ 10 นาที ซึ่งหมายความว่าแต่ละธุรกรรมจะใช้เวลาในการยืนยันและสำเร็จประมาณ 10 นาที (อย่างไรก็ตาม ความเร็วก็ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นในการใช้งาน ณ เวลาหนึ่ง ๆ ด้วย)
- Scalability: สิ่งที่ยังคงเป็นจุดด้อย และเป็นความท้าทายสำหรับบิทคอยน์ก็คือเรื่องของการ Scaling เพราะว่าตัวเครือข่ายของ BTC สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้จำกัดต่อวินาทีหนึ่ง ๆ ทำให้การใช้งานในวงกว้าง อาจต้องพึ่งพาการพัฒนาใหม่ ๆ หรือทางออกอื่น เช่น Lightining Network
- Founder / Date Founded:
- Bitcoin ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคล หรือกลุ่มคนนิรนามที่เรียกกันในชื่อ Satashi Nakamoto โดยที่ Whitepaper ของ BTC ถูกปล่อยออกมาในปี 2008 และเครือข่ายบิทคอยน์มีการขุดบล็อคแรกที่ชื่อ Genesis Block ในเดือนมกราคม ปี 2009
- Objective / Use Case:
- บิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นเพื่อการทำธุรกรรมแบบไม่ผ่านตัวกลางในรูปแบบของเงินดิจิตอล ทำให้การส่งมอบหน่วยมูลค่าระหว่างฝ่ายใด ๆ สามารถทำได้โดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน หรืออยู่ใต้การควมคุมโดยนโยบายรัฐและหน่วยงานใด
- Total supply / Limit or Unlimited:
- บิทคอยน์มีจำนวนเหรียญทั้งหมดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ หมายความว่าจะไม่มีการสร้างบิทคอยน์เพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่เหรียญสุดท้ายถูกขุดขึ้นมาแล้ว และถ้ามีการสูญหายหรือเผาเหรียญ ก็จะถือว่าจำนวนเหรียญนั้น ๆ จะหายไปอย่างถาวร
- Supply Deflation:
- บิทคอยน์มีกระบวนการในการควบคุมมูลค่าและปริมาณที่เรียกว่า Halving ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุก ๆ 4 ปี โดยที่ทุกการ Halving นั้นจะทำให้ปริมาณ BTC ที่สามารถขุดออกมาได้ลดลงไปครึ่งหนึ่ง และจะกลายเป็น 0 เมื่อบิทคอยน์มีจำนวนที่ขุดออกมาทั้งหมดถึง 21 ล้านเหรียญ
References:
- Nakamoto, S. (2008). Bitcoin: A peer-to-peer electronic cash system. https://bitcoin.org/bitcoin.pdf
- Antonopoulos, A. M. (2014). Mastering Bitcoin: Unlocking digital cryptocurrencies. O'Reilly Media.
- Poon, J., & Dryja, T. (2016). The Bitcoin Lightning Network: Scalable off-chain instant payments. https://lightning.network/lightning-network-paper.pdf
- Nakamoto, S. (2008). Bitcoin: A peer-to-peer electronic cash system. https://bitcoin.org/bitcoin.pdf
- Nakamoto, S. (2008). Bitcoin: A peer-to-peer electronic cash system. https://bitcoin.org/bitcoin.pdf
- Antonopoulos, A. M. (2014). Mastering Bitcoin: Unlocking digital cryptocurrencies. O'Reilly Media.
- Antonopoulos, A. M. (2014). Mastering Bitcoin: Unlocking digital cryptocurrencies. O'Reilly Media.